BaiTong's profileB@iTong^^ ใบตอง...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    August 22

    สุนทรียภาพ...ทางธรรมชาติ

    สีทาผนัง...ทาทาบ...เพื่อสุนทรียภาพทางสายตา
    มาพร้อมกับกลิ่น...ล่องลอย...ที่ไร้ซึ่งสุนทรียภาพทางจมูก!!!
     
    จะมีอะไรในโลก...
    ที่เพียบพร้อมทั้งสุนทรียภาพทางสายตา
    และ...
    สุนทรียภาพทางจมูก
     
    นอกจาก...ดอกไม้
    และ..."เธอ"
    July 21

    เช้าวันเสาร์...with cantos

    วันเสาร์
    ตื่นเช้า
    อยู่คนเดียว 
     
    เปิดฝาโน๊ตบุค
    appear online
    อรุณสวัสดิ์
     
    ไม่มีเรียน
    เพื่อนไปเรียน
    เงียบเหงา
     
    เชียงใหม่
    ฝนตก
    โคตรเหงา
     
    800กิโลเมตร
    กรุงเทพฯ
    เชียงใหม่
     
    ไกล
    ไกลมาก
    ไกลมาก-มาก
     
    1ชั่วโมง
    BKK
    CNX
     
    เร็ว
    เร็วมาก
    เร็วมาก-มาก
     
    หิว
    ไข่พะโล้คุณย่า
    คิดถึง
     
    หิว
    หมูกระเทียมคุณย่า
    คิดถึง
     
    หิว
    ไก่อบคุณย่า
    คิดถึง
     
    อยากกลับ
    คิดถึง
    คนที่บ้าน
     
    ไม่อยากกลับ
    คิดถึง
    คนที่นี่
     
    เชียงใหม่
    ฝนตก
    โคตรง่วง...
    July 15

    เธอมีจริง...

    ตลอดเวลา...
    เราได้แต่มองขึ้นบนฟ้า
    เพื่อมองหา..นางฟ้า
     
    จนในวันนึง...
    เราได้เลิกมองขึ้นไปบนฟ้า
    เพื่อมองหา...นางฟ้า
     
    และในวันนี้...
    วันที่เราไม่ได้มองสูงไปบนฟ้า
    เราไม่เจอ...นางฟ้า
     
    เราเจอเธอ...
    คนธรรมดาคนนึง
    เธอไม่ใช่นางฟ้า
     
    เธอไม่ใช่นางฟ้าที่ตกลงมาสู่พื้นดิน...
     
    เราได้เจอเธอ...
    คนธรรมดาคนนึง
    ที่งดงามดั่งนางฟ้า
     
    แต่เธอก็ไม่ใช่นางฟ้าที่ตกลงมาสู่พื้นดิน...
     
    เธอคือคนธรรมดา...เหมือนกันกับเรา
     

     
    inspired by เธอมีจริง - ป้าง นคริทร์ กิ่งศักดิ์
    และ
    คนธรรมดา...
     
    July 09

    วันจันทร์ที่ดอยสุเทพหายไปในโลกคู่ขนานที่กวนตีน...

    เช้าวันจันทร์ ตื่นในเวลาไม่ควรตื่น
    อาจเพราะคืนก่อนไม่กินเบียร์
    วิวระเบียงหลังห้องวันนี้แปลกตา
     
    ดอยสุเทพหายไป...!?!
     
    ดอยสุเทพทั้งลูก หลบอยู่หลังเมฆฝนบนฟ้าสีเทา!?!...
     
    วันนี้วันจันทร์...
    วันจันทร์ที่เชียงใหม่ไร้ดอยเป็นของตัวเอง...
    แม้แต่กูก็ไร้ความเป็นตัวเอง...
    ราวกับตัวตนหายไป ในม่านฝนสีเทาของวันจันทร์...
     
    แต่...เอ๊ะ
    ระเบียงหลังห้องกูมันไม่เห็นดอยสุเทพอยู่แล้วนี่หว่า...!?!
    โธ่เอ๊ย...กู
    ไม่ควรละเมอตื่นมาเลยตอนนี้!!!
     
     
     
    ลป.ขอได้รับความกวนตีนจาก "คมว่ะ" http://mokita666.spaces.live.com/Blog/cns!5FC4E4A64616F514!1801.entry?owner=1
     
    July 08

    ได้โปรด...

    ขอโทษนะครับ...
    ได้โปรดมองมาที่ผมบ้าง...
    แต่ได้โปรดอย่ายิ้มหวานให้ผม...
    เพราะรอยยิ้มของคุณ...
    มันทำให้ผมเพ้อถึงคุณตลอดเวลา...
     
    ขอโทษนะครับ...
    คุยกับผมบ้าง...
    แต่ได้โปรดอย่าคุยกับผมมากเกินไป...
    เพราะทุกครั้งที่คุยกับคุณ...
    มันทำให้ผมไม่อยากจะลุกไปทำอะไร...
     
    ขอโทษนะครับ...
    ผมชอบคุณนะ...
    แต่ได้โปรด...ผมไม่อยากรักคุณ...
    เพราะมันคงทำให้เวลาที่ผมเจอคุณ...
    ผมไม่กล้าแม้แต่สบตากับคุณ...
     
    และมันคงทำให้คุณ...
    ลำบากใจ...
    June 29

    ตลก...ไม่ตลก

    มีคนบอกว่า...
    เสปซผมมันน้ำเน่า...
    ให้อัพเรื่อง "ตลกๆ" ซะมั่ง!!!
     
    ก็ได้...วันนี้ผมจะไม่น้ำเน่า
    ผมจะอัพเรื่อง...ตลก
    "วันนี้ผมจะเล่าเรื่องตลกให้ฟัง!!!"
     
    แต่ตอนนี้ผมได้ทำผิดกฏข้อแรก
    ของการเล่าเรื่องตลกไปแล้ว
    นั่นคือ...
    "อย่าพูดว่า...มีเรื่องตลกจะเล่าให้ฟัง"
     
    เพราะจะทำให้คนอ่านคาดหวังว่า
    เด๋วอ่านไปจะต้องได้ขำกันขี้แตกขี้แตกกันเลยทีเดียว!!!
    แล้วเรื่องที่มันอาจจะตลก
    ก็จะกลายเป็นเรื่องไม่ตลกไป...
     
    แต่จะให้ทำยังไงได้...
    ก็ผมไม่ใช่คนตลก
    ผมเล่าเรื่องตลกไม่เป็น...
     
    แล้วคนตลกเป็นยังไง...
     
    คนตลก...คือ...
    "คนที่เล่นมุขตลก...แล้วไม่ตลก...แต่มีคนฮา...เพราะว่ามันเล่นไม่ตลก"
    คนแบบนี้...ผมถือว่าเป็นคนโคตรตลกเลย...
     
    อีกแบบนึง...คือ...
    "คนตลก...แต่พยายามทำตัวไม่ตลก...แต่มีคนฮา...เพราะที่มันพยายามไม่ตลกอ่ะ...มันตลก"
    คนแบบนี้...ผมก็ถือว่าเป็นคนโคตรตลกเลยนะ...
     
    จากคำจำกัดความของ...คนตลก...ทั้ง 2 ข้อ
    จะเห็นได้ว่า...
    มันไม่ใช่ตลกธรรมดา
    ที่แค่เล่นมุขตลก...แล้วคนก็ขำ
    อย่างนั้นมันตรงไปครับ
    มันไม่ expert
    มัน "บ้านนอก!!!"
     
    ทุกสิ่งในโลกเกิดจากการคิดมาก่อนแล้ว
    ไอ่คนพวกนี้มันต้องคิดมาก่อนแล้วแน่ๆ ว่า...
    "เด๋วกูจะต้องเล่นมุขแป้ก...ให้พวกแม่งขำกัน...ที่กูเล่นมุขแป้ก"
    หรือ...
    "เด๋ววันนี้กูแกล้งทำเป็นคนไม่ตลกซักวัน...แม่งคงตลกดี...ที่กูไม่ทำตัวตลก"
     
    อ่านมาถึงตอนนี้....
    คงพอจะเข้าใจแล้วนะครับ...
    ว่า "คน(โคตร)ตลก" คือยังไง
     
    แล้วทุกคนก็จะเห็นด้วยว่าผมไม่ใช่คนตลกเลย...
    ถ้ามีคนมาบอกว่าผมตลก
    ผมคงจะตอบกลับไปว่า...
     
    "เห่ย...กูไม่ตลกนะเว้ย"
     
     
     
     
     
     
    ลป.(ลืมไป) --- สรุปแล้ว blog วันนี้ก็เป็นการเล่าเรื่อง "ตลก" จิงๆนั่นแหล่ะ!!!
     
    June 25

    โอ้ทะเลแสนงาม...

    เราชอบทะเล...
    บางเวลาทะเล...สนุก
    บางเวลาทะเล...เหงา
    บางเวลาทะเล...เศร้า
     
    บางเวลา...นอกจากน้ำทะเล
    ยังมี...น้ำเมา
    ยังมี...น้ำฉี่
    และ...
    ยังมี...น้ำตา
     
    ที่เชียงใหม่ก็มี...ทะเล
    ลมทะเลที่เชียงใหม่...
    ไม่ทำให้เหนียวตัว
    เวลานั่งมองทะเล...แล้วขยับตัว
    ทรายไม่เข้าตูด
     
    แต่...
     
    ทะเลที่เชียงใหม่...
    เหงา...จับใจ
     
    ทะเลที่เชียงใหม่ไม่มีน้ำ...
    แต่บางที...
    ทะเลที่เชียงใหม่
    ก็มี...น้ำตา
     
    ทะเล...ดาว
     
    โอ้ทะเลแสนงาม...ดาวสวยงามสดใส
    มองเห็นดาวดวงไกล...พร่าวพราวไกล...บนนภา (นะภ๊า นะภา)
    June 21

    ว่าง...(ป่าว,เปล่า)

    นั่งมอง page เปล่าๆ
    ไม่รู้จะอัพอะไร...
    เพราะในหัวตัวเองตอนนี้...
    มันว่างเปล่า!!!
     
    แต่คิดไปคิดมา...
    ไม่รู้ว่าที่บอกว่า...ว่างเปล่า...
    มันว่างจิงๆรึป่าว...
     
    หรือมันเต็มไปด้วยเรื่องเยอะแยะไปหมด
    จนเรียงลำดับไม่ถูก...รึป่าว - -?
     
    ทำไรอยู่...
    ป่าวทำ!!!
     
    กินไรอยู่...
    ข้าวเปล่า!!!
     
    ป่าวทำ = ไม่ได้ทำอะไรอยู่
    ข้าวเปล่า = ไม่ได้ทำกับข้าว...เลยต้องแดกข้าวเปล่า
     
    ถ้างั๊น...ใช้คำว่า "ข้าวป่าว" แทนได้มั๊ย
    เพราะ ไม่ได้ทำ เหมือนกัน...
     
    กูเป็นเหี้ยไรมากป่าว?

    ทุกสิ่งที่ทำมาตลอด
    มันกลายเป็นแค่
    ...ความว่างเปล่า

    ที่รู้สึกว่ากำลังว่างเปล่า...
    เพราะว่าเราไม่มีใครรึป่าว?
     
    ถ้ามีใครซักคนเข้ามา
    คงจะทำให้ชีวิตที่ว่างเปล่า...
    หายใจทิ้งไปเปล่าๆ...
    เรียงลำดับเรื่องในหัวได้มากกว่านี้รึป่าว?

    ไม่เป็นพี่ชาย
    ...ได้รึป่าว?

    บางทีการที่มีเรื่องอยู่ในหัวมากไป
    ก็ทำให้เราไม่สามารถเรียงลำดับความสำคัญได้
    เพราะว่ามันไม่มีที่ว่างให้เรื่องใดเรื่องนึงขยับไปไหนได้
     
    คงต้องเอาซักเรื่องนึง...โยนทิ้งไป
    หรือเอาเรื่องใดเรื่องนึง...
    ไปเก็บไว้ที่หัวใจ...แทนที่จะเก็บไว้ที่สมอง
    คงทำให้สมอง...มีที่ว่างสำหรับเรื่องอื่นมากขึ้น!!!
     
    สรุปแล้ว...
    กูเขียนคำว่า ป่าว กะ เปล่า ถูกรึป่าว?
     
     
     
    June 17

    หัวใจพร่องความรัก...

    หัวใจ 1 ดวง
    บรรจุด้วยความรักขนาด 100ml
     
    หัวใจดวงที่ 1
    (ทุ่ม)เทความรักใส่...แก้วเปล่า...
    ไปทั้งหมด 90ml
    เหลือความรักไว้สำหรับตัวเอง 10 ml
     
    ที่ว่างในหัวใจเกิดขึ้น 90ml
    หัวใจดวงนี้จึงต้องการความรักมาเติมเต็มส่วนที่หายไปเป็นจำนวนมาก
     
    เมื่อไม่ได้ความรักกลับมา...
    ความรัก(ตัวเอง)ที่เหลืออยู่เพียง 10ml
    ในหัวใจที่พร่องความรัก
    จะทำปฏิกิริยากับ "ความว่างเปล่า"
     
    เกิดเป็นความเสียใจ...
    และกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ(ตา)
    ไหลลงสู่หัวใจ...จนเต็ม 100ml
     
    ในหัวใจตอนนี้
    จึงเป็นสารประกอบของความรัก 10ml
    และ ความเสียใจ 90ml
     
    เราไม่รู้ว่าแก้วเปล่าใบนั้น...
    มีเนื้อที่สำหรับความรักของเราเท่าไหร่
     
    เราสามารถเติมมันได้...
    เท่าที่เราต้องการ...
    แต่ต้องระวัง
    ไม่ให้หัวใจของเราเอง...
    "พร่องความรัก..."
     
    รักแต่พอดี...
    ทุ่มเทแต่พอดี...
    เพื่อหัวใจแข็งแร๊งงงงงงงงง...
     
    June 13

    ความงาม...ที่แท้จริง

    ความงามที่แท้จิง...จะต้องถูกมองโดยแยกออกจาก "บริบท" รอบข้าง...
     
    "บริบท" คือ อะไร?
    บริบทคือ...องค์ประกอบทุกอย่างที่อยู่รอบๆ...
     
    เพราะฉะนั้นความงามที่แท้จิง...จะต้องเกิดจากสิ่งนั้นเอง
    ไม่ได้เกิดจากองค์ประกอบรอบข้าง...
     
    เมื่อไม่มองถึงบริบทรอบข้าง...
    การเป็น"ธรรมชาติ"
    ก็คงถือเป็นความงามอันแท้จิงได้...
     
    การไม่แต่งแต้ม หรือ เติ่มแต่งสิ่งใดๆ
    ที่เป็นส่วนหนึ่งของบริบทรอบตัว
    เช่นเครื่องสำอางค์...
    ทำให้เรามองเห็นความงามที่แท้จิงของผู้หญิง
     
    ในยุคสมัยหนึ่ง...
    ศิลปินไม่ได้เทิดทูนในสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบของผู้หญิง
    แต่กลับชื่นชมในความงามของผู้หญิงที่สัดส่วนอวบอัดสมบูรณ์
    เหมือนจะเป็นนัยว่า...
    ผู้หญิงแบบนั้น...คือผู้หญิงที่เหมาะจะเป็นมารดาของบุตรต่อไป
     
    เมื่อนำทั้ง 3 เรื่องมารวมกัน...
    "ความงามที่แท้จิงของผู้หญิง...จะต้องเกิดจากความเป็นธรรมชาติ...ไม่ชอบแต่งหน้า หรือ ใช้เครื่องสำอางค์...และ อวบ"
     
    ตอนนี้ทุกคนที่เข้ามาอ่าน...คงพอจะจับประเด็นได้ละ
    ว่ากูกะลังพูดถึงใคร...
     
    แต่ที่ทุกคนมอง และ คิดว่าเป็นใคร...
    มันก็ย่อมเกิดจากบริบทรอบข้างของตัวเองทั้งนั้น...
     
    เพื่อนที่ ป.โท...อาจจะเห็นว่าเป็นคนนึง...
    เพื่อนที่ ป.ตรี...อาจจะเห็นว่าเป็นคนนึง...
    เพื่อนที่ ส.ก.น...อาจจะเห็นว่าเป็นคนนึง...
    เพื่อนที่ msn...อาจจะเห็นว่าเป็นคนนึง...
    เพื่อนที่ เซต้า...ก็อาจจะเห็นเป็นอีกคนนึง...
     
    แต่ตอนนี้..."ความงามที่แท้จิง"...สำหรับกู...มีเพียงคนเดียว!!!
     
    ก็..."คนที่คุณก็รู้ว่าใคร"...ยังไงล่ะ
     
    หรือยังไม่รู้ว่าใคร...
    งั๊นก็ลองเดาเอาเองละกันเน้อ...
     
    อาจจะเป็น "เธอ" ที่กะลังอ่านอยู่ก็ได้นะ!!!
    June 04

    ดอกฟ้า...???

    ยูงทองล่องฟ้าเมฆินทร์  ถวิลหวังไอดิน  โบยบินผินสู่พสุธา

    ดอกฟ้าโน้มกิ่งลงมา  จากสวรรค์อาภา  ให้ดินปรีดา..อาวรณ์

    ความแตกต่าง...
    ทำให้เราเปรียบเทียบตัวเองเป็นแค่...หมาวัด
    และยกให้ใครบางคนเป็น...ดอกฟ้า
     
    ความแตกต่างทางสังคม?
    ความแตกต่างทางฐานะ?
    ความแตกต่างทางครอบครัว?
     
    ความแตกต่างเพียงแค่นี้...
    เพียงพอแล้วหรือ?...
    ที่จะยกให้ใครซักคนเป็น...ดอกฟ้า
    และยอมให้ตัวเองเป็นแค่...หมาวัด
     
    สำหรับเรา...
    ความแตกต่างที่เป็นเหตุผลเพียงพอ...
    ต่อการตัดสินความเป็น ดอกฟ้า และ หมาวัด
    คงอยู่ที่การดำเนินชีวิต และ การกระทำของตัวเรามากกว่า
     
    ผู้ชายคนนึงกินเหล้า ดูดบุหรี่ เที่ยวกลางคืน เป็นลูกชายอภิมหาเศรษฐี
    ไปแอบชอบผู้หญิงคนนึง
    ที่ไม่กินเหล้า ไม่เที่ยวกลางคืน ขยัน เรียนเก่ง มีอารมณ์ขัน
    ถ้ามองกันจากความแตกต่างทางฐานะ
    ผู้ชายคนนั้นคงเป็นดอกฟ้าซะเอง
     
    แต่ถ้ามองจากบริบทอื่น...
    ผู้หญิงคนนั้น...คงสามารถถูกเปรียบให้เป็น...ดอกฟ้า...สำหรับทุกคน
      
    หากวันนึง...เราได้มีโอกาสเจอดอกฟ้าเข้าจิงๆ
    หมาวัดอ้วนๆตัวนี้ก็คงจะพยายามหาวิธีปีนขึ้นไปบนฟ้า...
     
    ละก็ขอฉี่ใส่ดอกฟ้าซักทีนึงล่ะ...
     
     
    June 03

    ฟ้า...

    "ฟ้า..ถ้าไม่ส่งมา ให้เธอมีใจ...บอกกันซักคำเป็นไร ว่าเหตุใดต้องมาทำร้ายกัน..." - ฟ้า...tattoo colour
     
    "ดั่งฟ้า...จะแค่เพียงต้องการแกล้งกัน...ให้ฉันต้องพบเจอแต่ความเจ็บช้ำใจ" - เธอคือใคร...Etc
     
    ทำไมต้องโทษฟ้า?
     
    "ไม่เกี่ยวกับท้องฟ้าเลย...จะรักหรือไป...ฟ้าไม่เข้าใจ...สิ่งใดๆที่อ้างกัน
      เรื่องของใจ...ถ้าหากมีปัญหา...สุดท้ายก็ต้องไป" - ไม่เกี่ยวกับฟ้า...เจ มณฑล จิรา
     
    ทำไมไม่โทษพรหมลิขิต?
     
    เวลารักสมหวัง...
    เราเลือกที่จะขอบคุณ "พรหมลิขิต"
     
    แต่เวลาผิดหวัง...
    เราเลือกที่จะโยนความผิดให้ "ฟ้า"
     
    น่าน้อยใจแทนจิงๆ...
     
    May 31

    พระจันทร์ กับ รุ้ง

    ครั้งนึงเราเคยเปรียบเธอเหมือน "พระจันทร์"
    และเราเป็นคนที่ได้แต่เพียงชื่นชมความงามของพระจันทร์
     
    บางเวลาเราเห็นพระจันทร์เข้ามาใกล้...
    จนเหมือนจะเอามือไปเอื้อมคว้ามาได้
     
    บางเวลาพระจันทร์ดับแสงของตัว
    และลอยไกลออกไป...
    จนเราไม่รู้ว่าพระจันทร์อยู่ที่ไหน
     
    แต่เรายังคงรู้สึกได้ว่า
    ไม่ว่าจะยังไง...
    พระจันทร์ก็ยังอยู่บนฟ้า
     
    เพียงแต่ว่า...เราจะมองเห็น...หรือเราจะสนใจที่จะมองหาหรือไม่!!!
     

    เรื่องราวที่ผ่านมา...
    ก็คงเหมือนกับเราอยู่ในช่วงของมรสุม
    เมื่อเราผ่านช่วงเวลานั้นมาได้...
    ฟ้าหลังฝน...และแสงแดด...ทำให้เราได้เจอกับ "รุ้ง"
     
    ความสวยงามแรกที่เราได้เห็น
    หลังจากจมกับสิ่งที่มืดมนมานาน
     
    ทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้น
    ทำให้เราสดใสมากขึ้น
     
    แต่ยังไง...
    รุ้งก็คงเป็นเพียงแค่ละอองน้ำในอากาศ
    ที่กระทบกับแสงทำให้เกิดเป็นสีที่สวยงาม
     
    เวลาที่เราต้องการมองเห็นรุ้ง
    เราได้เพียงแต่คาดเดา...
    ว่ารุ้งควรจะเกิดทางด้านไหน
     
    ซึ่งมันอาจจะเกิดขึ้นจิง
    หรืออาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้
     
    หรือเพียงรุ้งจะมาเพียงเพื่อเตือนเราว่า
    "หลังจากมรสุมผ่านไป ยังมีสิ่งที่สวยงามรออยู่
     สิ่งที่สวยงามตามธรรมชาติ สิ่งที่จะสวยงามและพร้อมให้เราชื่นชมตลอดเวลา
     ไม่ใช่สิ่งที่เข้ามาให้ชื่นชม และ หลงรักเพียงชั่วคราว"
     

    พระจันทร์...เป็นคำตอบที่...ที่...ที่....ถะ ถะ ถะ ถูกต้องนะคร้าบบบบบบ!!!
     

    555 เสปซกูวันนี้เพ้อเจ้อเหี้ยๆ
    อาจจะอ่านแล้วงงกันบ้าง
    กูคนเขียนเองยัง งง จนไม่รู้จะแก้ตรงไหนให้ไม่ งง เลย
    งง มะ
     
     
    May 25

    แผลเป็น...

    หลายครั้งหลายคราว
    ที่เคยเจ็บ...
    ที่เคยเป็นแผล...
     
    แผลที่เกิดกับเรา
    เป็นแผลที่เกิดจากเรื่องซ้ำๆ
     
    เราผิดหรอที่เราทุ่มเททุกอย่าง
    เพื่อคนที่เรารัก
     
    เราผิดหรอที่เราไม่ยอมเผื่อใจ
    เผื่อจะต้องผิดหวัง
     
    เราผิดหรอที่เราไม่มองคนอื่น
    เพราะเราให้เกียรติคนที่เรารัก
     
    แต่ทุกครั้งการที่เราเป็นอย่างนี้
    มันทำให้เราเจ็บ
    ทำให้เราได้แผล
    และนานวันเข้าก็ตกสะเก็ดเป็นแผลเป็น
     
    แผลเป็นไม่ทำให้เราเจ็บอีกแล้ว
    แผลเป็นทำให้เรารู้สึก หนึบๆ
    รู้สึกไม่ธรรมชาติ
    รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งแปลกปลอม
     
    เราไม่ได้นึกถึงแผลเป็นตลอดเวลา
    เราจะนึกถึงแผลเป็นก็ต่อเมื่อมีเรื่องหนึ่งเรื่องใดมาสะกิดโดนบริเวณนั้นเข้า
     
    และเมื่อนั้นแผลเป็นก็จะทำหน้าที่ของมัน
    หน้าที่ที่มันทำได้ดีที่สุด
    คือ...รื้อฟื้นเรื่องราวในอดีตขึ้นมา
     
    เรื่องราวในอดีตคงมีประโยชน์
    ถ้าเรารู้จักคิด รู้จักที่จะเข็ดกับมัน
     
    แต่ในทางตรงกันข้าม
    ถ้าเราไม่รู้จักคิด ไม่รู้จักเข็ด
    อดีตเหล่านั้น จะทำให้เราแย่อย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว
     
    ตอนนี้แผลเป็นนั้นถูกสะกิดขึ้นอีกแล้ว
    ผิดแต่ว่าเราไม่เคยจะเข็ดกับมัน
     
    เรื่องราวที่จะเกิดต่อไปนี้...
    ก็คงจะสร้างแผลเป็นให้เราอีก
     
    ทำไมนะ...ทำไมเราไม่เข็ดซักที
    May 23

    เหอะๆ...

    ไม่ใช่นักเรียนนายร้อย-ห้อยกระบี่
    ไม่มีศักดิ์ศรี-ดีกรีนายทหาร
    มีแต่ใจ-ที่พร้อมให้เธอ-ไปอีกนาน
    ตลอดกาล-มีแต่ใจ-ที่ให้เธอ
    May 18

    พลูโต...

    ดาวพลูโต...
    ซึ่งครั้งนึงเคยเป็น 1 ในระบบสุริยจักรวาล
    มาร่วมพัน ร่วมร้อยปี
    แต่วันหนึ่ง...
    กลับถูกตัดสิน...
    ว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสุริยจักรวาลอีกต่อไป
    เนื่องจากสาเหตุที่ว่า..."ดาวพลูโตห่างไกลจากตัวอาทิตย์มากเกินไป"
     
    แต่ตั้งแต่วันแรก...จนถึงวันนี้
    ดาวพลูโตไม่เคยโคจร ออกนอกวงโคจรรอบดวงอาทิตย์เลยสักครั้ง
    แม้จะถูกตัดสินว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของระบบอีกต่อไป
     
    นั่นคงเป็นเพราะแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์
    ความสว่างและสวยงามของดวงอาทิตย์
    ที่มากมายมหาศาล...
    จนทำให้ดาวพลูโตไม่สามารถออกนอกวงโครจรไปได้
     
    ดาวที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง...
    เพราะไม่ได้รับความอบอุ่นจากดวงอาทิตย์
    ดาวที่ห่างไกล...
    เกินกว่าจะเป็นที่สนใจ
    แต่กลับถูกดึงดูดไว้ด้วยดวงอาทิตย์
     
    มันคงน้อยใจเน๊าะ...
    ถ้าพูดได้...มันคงพูดอย่างงี๊ล่ะมั๊ง...
     
    "ได้โปรดเถิดท่านดวงอาทิตย์ที่มีแรงดึงดูดมหาศาล
     ช่วยลดแรงดึงดูดของท่านที่มีต่อเรา
     เพื่อที่เราจะได้ออกจากวงโคจรของท่านไปซะ
     เพราะวันนี้เราไม่ได้เป็นที่ต้องการอีกต่อไปแล้ว
     ได้โปรดให้เราลอยออกไป...
     เพื่อที่เราจะได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของระบบดาวอื่น
     ระบบซึ่งเห็นความสำคัญของเรา
     และให้ความอบอุ่นแก่เรา
     มากกว่าที่จะตัดสินเราด้วย-ระยะทาง"
     
    inspired by เพลงพลูโต - crescendo
    May 08

    เพ้อ...

    อะไรที่มันใกล้เกินไป...บางทีเราก็อาจจะมองไม่เห็นหรือไม่รู้ว่ามันคืออะไร
    บางอย่าง...เราต้องถอยออกมามองจากที่ไกลๆ
    เราถึงจะรู้ได้ว่า...มันคืออะไร
     
    ถ้าเราเข้าไปอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ต้นนึง
    มองเห็นแต่ลำต้น...
    บางทีเราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่า มันคือต้นอะไร
    จนกระทั่งเราถอยออกมามองมันจากระยะไกล
    เพื่อให้เห็นกิ่งก้านและใบของมัน
     
    ละอองน้ำที่ลอยอยู่ในอากาศรอบตัวเรา
    เมื่อเราถอยไปมองจากที่ไกล
    มันอาจจะกลายเป็น"รุ้ง"ที่สวยงาม
     
    ขณะที่เราอยู่ กทม. เราอาจจะอยู่ใกล้"รุ้ง"นั้นเกินไป
    จนมองไม่เห็นความสวยงามของมัน
    เราเริ่มเห็นความสวยงามของมัน...
    เมื่อครั้งที่เราถอยไกลออกมาถึงเชียงใหม่
     
    หลังจากวันนั้น...ความสวยงามของ"รุ้ง"
    ก็ติดตรึงอยู่ในหัวใจเราเรื่อยมา...
    ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน
     
    แต่ถึงแม้"รุ้ง"จะอยู่ในหัวใจเราตลอดเวลา
    ก็ยังมีความจิงที่ว่า...
    ตอนนี้...เรากับ"รุ้ง"ช่างไกลกันเหลือเกิน
     
    เราคงไม่มีวันที่จะได้อยู่ใกล้ชิด"รุ้ง"
    เพราะระยะทางระหว่างเชียงใหม่ กับ พัฒนาการ
    มันไกล๊ไกล...
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    May 04

    ปฐมบทแห่งมหากาพย์ที่ยังตั้งชื่อเรื่องไม่ได้

    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...
    ในดินแดนแห่งหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่า..."ล้านนานคร"
    ดินแดนแห่งนี้...ได้รับการกล่าวขานมานาน
    ว่าเป็น..."ดินแดนแห่งนางฟ้า"
     
    ณ.ดินแดนแห่งนี้
    มีชายคนหนึ่งกำลังพยายามทำในสิ่งที่ชาวเมืองเห็นว่าเป็นสิ่งที่แปลก
    และทุกคนคิดว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเค้า
     
    เค้าไม่ใช่คนพื้นเมืองของล้านนานคร...
    ชายผู้นี้เดินทางรอนแรมมาจากดินแดนที่ชื่อว่า..."กอทอมอวดี" (อ่านว่า กอ ทอ มอ วะ ดี)
    เพื่อมาศึกษาศิลปวิชาการกับพระดาบสที่นี่...
    โดยมิต้องครองตนเป็นพรตพราหม์เหมือนในเรื่องทั่วไป
     
    จากแหล่งข่าวที่ไม่สามารถเปิดเผยได้...ได้เล่าว่า
    "อีนี๊มานเดินทางมากจากเมืองหลวงน๋านายยย
    ตั้งแต่เจอมานนทีนี๋น๋า มานก็ไม่สนจายจาทามอาราย
    นอกจากไอ่เรื่องบ้าๆบอๆที่มานทามอยู่เลยน๋ะนายยยย"
     
    อีกคนนึงบอกว่า...
    "อั๊วเคยเจอมังมาก่องแล้วค้างนึง ตองนั้งมังก็ยังดูเหมืองคงปะกะติอยู่นา
    มังมาที่เมืองนี้ ก้อคิกจะมาตามหานางฟ้าเหมืองที่คงอื่งๆเค้าทำกังน่านละ
    แต่พออั๊วเจอมังอีกรอบ มังก็เปงแบบนี้ไปเลี้ยว หลงจ๊ง เก๊าเจ๋ง ฮ่อ ฮ่อ"
     
    ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าชายคนนี้คือใครมาจากไหน
    (เอ๊ะ...ไม่สิ เอาใหม่ๆ)
     
    ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าชายคนนี้คือใคร...แต่รู้ว่ามาจากไหน...นอกจากผู้แต่ง...
    แต่มันคงดูไม่ดีที่จะต้องอ้างแหล่งข่าวว่า..."จากการบอกเล่าของผู้แต่ง...."
    เพราะฉะนั้นผมจะขอเก็บเรื่องของชายคนนี้เอาไว้ก่อน
    เพราะผู้แต่ง....ปวดขี้แล้ววววววววว
     
    ติดตามต่อฉบับหน้า...
     
     
     
     
    May 02

    ทำไมต้องข้าวเหนียวนึ่ง???

    เคยได้ยินคำว่า...รักเค้าข้างเดียวเหมือนข้าวเหนียวนึ่ง กันใช่มั๊ย
    เคยคิดกันบ้างมั๊ย...
    ว่าทำไมต้อง "ข้าวเหนียวนึ่ง" ...
     
    กูก็เป็นคนนึงที่เคยสงสัยในเรื่องนี้...
    แต่จากสมองที่มีไว้สำหรับคิดเรื่องไร้สาระของกู
    ในที่สุด...กูก็หาคำตอบให้มันได้แล้ว
     
    โหะ โหะ โหะ
     
    คำตอบของมันง่ายๆนิดเดียว
    นั่นก็คือว่า...
     
    "มีแต่คนเอาข้าวเหนียวไปจิ้มส้มตำ ไม่เคยปรากฏว่า มีคนเอาส้มตำ มาจิ้ม ข้าวเหนียว"
     
    เป๊ะ!!!
    April 22

    เนื้อย่าง 1 ที่ ... เอาแบบสุขพอดีๆนะเฮีย

    นึกอะไรบ้าๆบอๆได้อย่างนึง
    เลยอยากเอามาอัพให้อ่านกัน
     
    สืบเนื่องมาจากการไปเที่ยวเกาะล้าน
    แล้วได้เห็นเพื่อนจุดเตาถ่านเพื่อย่างบาบีคิว
    และกลับมาบ้านจุดเตาแก๊สทอดไข่เจียว
     
    คิดไปคิดมา...ลองเอาเรื่องความรักมารวมกับเรื่องจุดไฟดูดีกว่า
    ถ้าจะบอกว่าความรักเหมือนกับไฟ
    ตรงที่ให้แสงสว่างกะเราเหมือนกัน
    ก็คงจะโดนทั่นที่กำลังอ่านด่าว่าเชย...
    หรือจะบอกว่ามันทำให้เราร้อนได้เหมือนกัน
    อันนี้ก้คงเชยอยู่ดี
     
    แต่ที่เรากำลังจะบอกพวกทั่นก็คือ
    ความรักที่เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง
    ก็มักจะจบลงโดยที่ทิ้งร่องรอยไว้เพียงน้อยนิด
     
    เปรียบเสมือนกับการย่างเนื้อบนเตาแก๊ส
    เราสามารถจุดมันได้อย่างรวดเร็ว
    ไม่ต้องมีวิธีการอะไรนักหนา
    หรือเรียกอีกอย่างว่า ไวไฟ นั่นเอง
    การใช้เตาแก๊ส เราไม่จำเป็นต้องคอยควบคุมอะไรมาก
    ถ้าอยากให้"สุขมาก"เราก็แค่เพียงหมุนแก๊สให้แรงมากขึ้น
    เมื่อใช้แก๊สมากขึ้น...ร้อนมากขึ้น...สุขมากขึ้น...แก๊สก็จะหมดเร็วขึ้น
    และเมื่อสุขเร็ว...เราก็ไม่จำเป้นที่ต้องใช้ไฟจากเตาแก๊สอีกต่อไป
    เมื่อเราใช้ประโยชน์จากมันเสร็จแล้ว
    เตาแก๊สก็จะถูกปิด...และถูกลืมไป
     
    ตรงข้ามกับการจุดเตาถ่าน
    ซึ่งก็เหมือนความรักที่เกิดจากการใช้เวลา
    ตั้งแต่การจุดไฟ...ค่อยๆใส่ถ่าน...ทีละก้อน...ทีละก้อน
    ต้องคอยพัด...ต้องคอยใส่ใจอยู่ตลอดเวลา
    หลังจากไฟติดแล้ว...เราก็ยังคงไม่สามารถละสายตาจากมันได้
    ต้องคอยเติมถ่าน ----> ความรัก
    และคอยเขี่ยขี้เถ้า ----> อุปสรรคของความรัก
    ทิ้งตลอดเวลา...
    ถ้าเราต้องการให้"สุขมาก"
    เรายิ่งต้องการถ่านมากขึ้น...และเราต้องออกแรงพัดมากขึ้น
    ความร้อนหรือความรักที่เกิดขึ้นเกิดจากความพยายามความใส่ใจของเราเอง
    และถึงแม้ว่าเราจะไม่ต้องการมันอีกไปแล้ว
    ความร้อนที่เกิดจากถ่านรักที่เราใส่ลงไป
    ก็คงยังคลุกรุ่นอยู่...และพร้อมที่จะถูกเติมความใส่ใจลงไป
    และเกิดเป็นความร้อนขึ้นมาใหม่!!!
     
    ทุกคนคงไม่ปฏิเสธว่า
    ชอบกินเนื้อย่างที่ย่างบนไฟอ่อนๆจากเตาถ่าน
    สุขพอดีทั้งข้างนอกและข้างใน
    มากกว่า...
    เนื้อย่างที่ย่างบนเตาแก๊สที่แรง
    จนข้างนอกสุขจนเกินพอดี..
    แต่ข้างในไม่สุข
     
    และก็อีกอย่าง...
    เนื้อย่างเตาถ่าน...มันหอมนะคร้าบบบ
     
    ปล.ถ้าใครcommentว่าชอบแดกเนื้อย่างแบบอื่น นอกเหนือจากที่กูยกตัวอย่างไว้ขอให้เป็นไข้หวัดเนื้อตายห่า